pu's profile﹎.εїз︷ω€LǤM€..T¤..kap¤l...PhotosBlogListsMore Tools Help

﹎.εїз︷ω€LǤM€..T¤..kap¤l¤ $þaÇ€︷εїз.﹎

"I want you to know I am always standing beside you forever until the end of the world . melody of life"

pu

Occupation
Location
Interests
(¯`°.•°•.★*ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง*★.•°•.°´¯)
Photo 1 of 196

Sandbox

Loading...

Custom HTML

No content has been added yet.

Custom HTML

 
Get a scroller sign at http://www.glitteryourway.com
June 14

ชีวิตใหม่

 

hello3 

 
ได้เวลามา up บล็อคแว้ว
วู๊ววววว...
คิดถึงเพื่อนๆ จังเลย
หายหน้าไปซะนาน
เพื่อนๆ จะคิดถึงเรามั่งมั้ยน้อ แอบหวังให้มีคนคิดถึงมั่งง่ะ
นี่ก็เกือบจะ 3 เดือนแล้วจิ ที่เวลาในชีวิตมหาลัยของพวกเราได้ผ่านพ้นไปแล้ว
จากนี้ไปชีวิตของการทำงานก็จะผ่านเข้ามาให้เราต้องปวดหมองกันอีก
มันก็เป็นธรรมดาของสัตว์โลกอ่ะนะ
ปลงซะเถอะเพื่อนเอ๋ย 
 
 
ตอนนี้เพื่อนๆ บางคนที่ได้งานกันแล้ว
ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินกันงกๆๆๆ เชียว
เพิ่งจบมาใหม่ๆ ไฟในตัวกำลังลุกโชนเลยทีเดียว
แหม!!! ไม่รู้จะขยันไปถึงไหนนะจ๊ะ
บางคนที่เรียนโท หรือเรียนเน ก็คงเปิดเรียนกันหมดแล้ว
ขยันท่องหนังสือกันต่อไปเน่อ จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย 
และก็ยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่ยังคงหางานกันอยู่ ทั้งที่ยังหาไม่ได้ หรือที่หาได้แล้วลาออกก็เหอะ 
ก็ขอให้สู้กันต่อไปนะ
ไม่เป็นไร หากว่างานนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
ก็รีบถอยออกมาเสียเถอะ
ยังมีที่อื่นๆ อีกตั้งหลายที่
ยังงัยมันก็ต้องมีที่สำหรับเราอยู่แล้วล่ะ
จะช้าเร็ว ก็ไม่ต้องกังวลดอก...เพื่อนเอ๋ย
อย่าท้อนะ สู้ สู้ !!!
 
 
 
 หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการหางานมาน๊านนาน
ในที่สุดก็มีบริษัทรองรับฉันซักกะที
เฮ้อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!...
อยากจะถอนหายใจให้มานยาวววววววววววววววววววววววววววว
งานเดี๋ยวนี้ชั่งหายากเสียจริงๆ
สัมภาษณ์มาก็หลายที่เหมือนกันนะ
แต่ละที่ก็เน้นภาษากันทั้งนั้น
ก็ต้องทำใจ
กะบริษัทนี้ก็เหมือนกัน
ไม่รู้ผ่านได้งัย
ทั้งๆ ที่ทำแบบทดสอบความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกไม่เห็นจะได้เลย
เค้าคงต้องการคนด่วนจริงๆ ตัวเลือกก็คงน้อยด้วยมั้ง
แล้วแถมยังอยู่ไกล๊ไกล
แปดริ้ว โน่นแน่ะ
ยังงัยก็เอาไว้ก่อนล่ะวะ
ถึงจะเงินเดือนน้อยก็ตามทีเถอะ
ตอนแรกก็คิดหนักเหมือนกันแหละ
คิดมาคิดไปแล้วคิดไปคิดมา
คิด คิด คิด คิด...
สรุปก็คือเอ๊า ทำก็ทำ
ขอประสบการณ์ก่อนฟะ
 
อีกไม่กี่วัน ฉันก็จะมีชีวิตใหม่แย้ว
หนทางข้างหน้าของฉัน
ยังเดาไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังงัย
เอาวะ...
งัยฉันก็ตัดสินใจที่จะลองทำดูแล้ว
เป็นงัยก็เป็นกัน
ถ้าไม่ลองแล้วเราจะรุ้ได้ยังงัย...ว่าจะ เวิร์ค หรือ ไม่...จริงมั้ย
 
 
kapook_36828.gif
 
สุดท้าย...ท้ายสุด ขอเล่าถึงเรื่องที่ไปเซียมซีที่วัดฉลองหน่อยเถอะ
ใบที่ฉันเสี่ยงได้อ่ะ ฉันคิดว่ามานตรงดีอ่ะ เด๋วจะอ่านให้ฟัง
จินตนาการว่าฉันอ่านให้ฟังละกันนะ
หวังว่าเพื่อนๆ คงจะจำน้ำเสียงอันแหลมคมของฉันได้ เงอะๆ...
 
 
ใบที่ 4 ดีเหลือเมื่อหน่อนาถ  พระสิทธารถพุทธพงศ์ทรงม้าหนี
ออกผนวชบวชเป็นพระละโลกีย์  ลุสร้อยศรีสรรเพ็ชร์โพธิญาณ
มีพระเกีรติปรากฎพระยศยิ่ง  จะได้สิ่งยศศักดิ์อัครฐาน
ทั้งเงินทองแก้วแหวนแสนสฤงฆาร  บริวารตามหลังสพรั่งพรู
ป่วยจะหายหน่ายจะรักศักด์จะเลื่อน  นับปีเดือนแต่สวยร่ำรวยอู๋
จะแคล้วคลาดภัยพิบัติพ้นศัตรู  ถามหาคู่ว่าเขารักเรานักเอยฯ
 
แหม มันชั่งตรงเสียนี่กระไร ยกเว้นประโยคเดียว
เฮ่อ!!!!!!! ก็ประโยคสุดท้ายนั่นแหละ
จะเป็นไปได้งัย ก็ไม่รู้ว่าคู่อ่ะ มานอยู่แห่งหนใดนี่นา
ฮือออ...เศร้าจิง
 
.: ป ~* :.
 
>>ขำ ขำ น่ะ ใครที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ไม่เป็นไรดอกนะ<<
 
By KaPoLo 
March 31

I am sorry.

 
 
ค่ำคืนนี้
ฉันไม่สามารถข่มตานอนให้หลับลงได้เลย
จิตใจยังคงคิดถึงแต่ข้อความที่ฉันส่งไปให้เค้า
นี่ฉันทำสิ่งนั้นลงไปได้อย่างไรกันเล่า
แล้วยังมีหน้าโทรไปหาเค้าอีก
ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ
ตอนนี้เค้าคงไม่อยากจะพูดกับเรา
ฉันคิดอย่างนั้นนะ
ก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอันใดเหมือนกัน
ถึงได้กระหน่ำโทรไปอย่างนั้น
ยังไม่พอ ยังส่งข้อความไปอีก
ก็มันอยากจะพูดกะเค้าให้เค้าได้เข้าใจอ่ะ
มันไม่เหมาะไม่ควรเลยที่ตัดสินใจทำอย่างนั้น
ตอนนี้เค้าคงรู้สึกไม่ดีแล้วเป็นแน่
ฉันเสียใจจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
มิตรภาพของเราจะยังคงอยู่หรือไม่
ไม่อาจคาดเดาได้เลย
เค้าไม่เปิดใจให้ฉันได้รับรู้เลยสักนิด
ฉันอยากบอกให้เค้ารู้ว่า
ตลอดเวลาที่เราคุยกัน
ฉันคิดทบทวนมาเสมอ
ความรู้สึกมันเพิ่มพูนขึ้นทุกวันทุกวัน
โดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลย
ฉันยังจำได้ดีว่าแรกเริ่มที่เราคุยกันนั้นเป็นอย่างไร
ก่อนนั้นทุกๆ วันฉันมักจะจมแต่อยู่กับเรื่องราวในอดีต
ไม่มีวันใดเลยที่จะได้หัวเราะร่าเริงเหมือนกับใครๆ
โดยไม่ต้องซ่อนเร้นความเศร้าไว้ในใจ
จนเมื่อเค้าได้ผ่านเข้ามา
เค้านำพาเสียงหัวเราะมาให้แก่ฉัน
เค้าทำให้ฉันยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อได้คุยกัน
ความสุขเล็กๆ ก่อตัวขึ้นมาในใจฉัน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
มันไม่มีเหตุผล
ยิ่งเมื่อตอนที่ฉันเจอปัญหา
เค้าก็เป็นคนหนึ่งที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่ฉัน
อันที่จริงแล้ว คนที่ฉันคิดถึงคนแรก
นั่นก็คือแฟนเก่าของฉัน
แต่ก็อย่างว่าแฟนเก่าที่ตอนนี้มีแฟนใหม่ไปแล้ว
ทำไมต้องไปพึ่งเค้าด้วยล่ะ
ฉันต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ซิ
แต่ก็อีกนั่นแหละ
เมื่อมันตกอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้น
บอกตรงๆ ว่าทำอะไรไม่ถูกเลยเหมือนกัน
และด้วยความที่ว่าเค้าก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น
ก็คงต้องเป็นเค้านี่แหละ
ที่ฉันต้องขอความช่วยเหลือ
และนั่นแหละมั้ง ที่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้น
ที่ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกดีๆ ให้กับเค้า
หลังจากวันนั้น เราก็คุยกันมาตลอด
ฉันหลอกตัวเองอยู่เสมอ
ว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับเค้ามากไปกว่าเพื่อนเลย
จนกระทั่งระยะหลัง
เราไม่ค่อยได้คุยกันอย่างเช่นเคย
ความเหงากลับเข้ามาเยือนอีกครั้ง
และนั่นล่ะ ทำให้ฉันสงสัยว่าทำไมนะ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่
แต่กว่าฉันจะรู้สึกตัว
เค้าก็เดินไปไกลเกินที่จะเอื้อมแล้ว
ละทีก่อนหน้าทำไมไม่คิดล่ะ
มัวนั่งจมกับอดีตอยู่ได้
แล้วเป็นงัยล่ะ เวลามันคอยใครที่ไหน
มันช่างเดินเร็วเหลือเกิน
เร็วเสียจนฉันไม่อาจจะนิ่งเฉยได้อีกแล้ว
และเมื่อวานนี้เอง
ฉันก็ได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดลงไป
อยากให้เค้ารู้จัง
ว่าฉันก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน
และรู้มั้ยว่าฉันต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหน
กว่าจะตัดสินใจทำสิ่งนั้นลงไปได้
ฉันไม่ได้คาดหวังให้เค้ารู้สึกอย่างเดียวกับฉันหรอกนะ
ฉันเพียงอยากให้เค้าได้รับรู้ความในของฉันเท่านั้นเอง
อยากบอกเค้าอีกพันครั้ง
ว่าฉันรู้สึกเสียใจอย่างที่สุดจริงๆ
ไม่อยากให้มิตรภาพของเราต้องจบลง
เพียงเพราะแค่ความรู้สึกของเราต่างกันเลย
***********
ไม่เป็นไร หากเราคิดไม่ตรงกัน
แค่อยากให้เธอรู้ไว้
ว่าเธอคือคนนั้น
คนที่ทำให้ฉันหวัง
ว่าสักวัน
ฉันจะลืมความหลัง
และเปลี่ยนความเจ็บช้ำที่เคยพลาดพลั้ง
ให้เป็นแค่เพียงฝันร้ายที่ผ่านเข้ามาละผ่านไป
ให้เธอเป็นดั่งฟ้าใหม่
ที่ทำให้ฉันเห็น
คุณค่าของตัวเองอีกครั้ง
ขอบคุณจิงๆ
มิตรภาพจากคนที่แสนดี
อย่าให้มันหายไปกับเพียงแค่ความรู้สึก
ที่ต่างกันเลย
 
By KaPoLO
 
 
March 11

My Sassy Girl


 
หวัดดีเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาอ่านนะ ตอนนี้เรารู้สึกเบื่อจังเลยอ่ะ วันๆ นึงพอว่างเว้นจากโปรเจคแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร เพราะในห้องตอนนี้ก็เหลือแต่เจ้าคอมเพื่อนยากนี่แหละ เมทก็ย้ายออกไปตั้งแต่วันที่ 7 ละ ทีวีก็ไม่มีดู ก็เลยต้องพึ่งโลกอินเตอร์เนตนี่ล่ะ ช่วยคลายเหงาได้เยอะเลย อย่างน้อยก็ได้ออนล์เจอเพื่อนๆทั้งที่อยู่ที่นี่ (หาดใหญ่) เพื่อนที่อยู่ภูเก็ต เพื่อนที่อยู่กรุงเทพ เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้จัก แต่ก็ไม่ได้คุยกะใครเท่าไหร่หรอก เพราะจะเข้ามา up space ซะมากกว่า เหอๆ แต่ช่วงนี้ต่อเนตไม่ค่อยได้เลยว่ะ ใครนะบังอาจมาแทนที่ฉัน กว่าจะต่อได้แต่ละที แมร่ง...รอเหงือกแห้งเลยตู อยากกลับบ้านใจจะขาด เมื่อไหร่จะเสร็จซะทีอ่ะ อยากกลับบ้านแล้วนะ ไม่รู้ต้องไปโรงงานอีกเมื่อไหร่อีก เบื่อจะแย่อยู่แล้ว ถนนสายนั้นน่ากลัวจะตาย ยิ่งมีข่าวที่รถตู้โดนกราดยิงทั้งคันนี่ยิ่งไม่อยากไปเลย พูดถึงเรื่องนี้แล้วมันน่าสลดกับเหตุการณ์ภาคใต้จิงๆ เฮ้อ!!! ด้วยความไม่รุ้จะทำไร ก็เลยมา up space ต่อซะเลย จะมีใครเข้ามาดูมั่งน้อ ไม่ค่อยจะมีใครมาเม้นให้เลย...น่าเศร้า ไม่เป็นไร...เรามาดูหนัง ฟังเพลงกันดีก่า วันนี้เสนอภาพยนต์เกาหลีเรื่อง My Sassy Girl เรามาเริ่มย้อนความทรงจำกันเลย แต่ขอบอกสำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ก็ขอให้ไปหามาดูกันซะก่อนนะ อ่านไปอาจจะไม่สนุก เพราะนอกจากจะมีเรื่องย่อแล้ว ยังมีบทวิจารณ์ที่อาจมีข้อความบางตอนสื่อถึงคำบอกใบ้ของความลับบางอย่างในภาพยนตร์ ดูไม่หนุกแล้วเด๋วจะหาว่าไม่บอกนา
 

My Sassy Girl D.jpgMySassyGirl.jpg

ครึ่งแรก (First Half)

ยกที่หนึ่ง - พบ 'ยอดยาหยี' (My Sassy Girl) ในรถไฟใต้ดิน!

ผมกับเธอ.. เราขึ้นรถไฟใต้ดินขบวนเดียวกัน ก็คือขบวนที่วิ่งไปเมืองอินชอนนั่นเอง ผมเห็นเธอท่าทางโซเซเหมือนกำลังเมา ก็เลยคิดขึ้นมาเล่นๆ ว่า ถ้าผมจะเข้าไปช่วยพยุงเธอไว้ในอ้อมแขน มันก็คงจะจ๊าบและเจ๋งดีไม่น้อย.. เฮ้.. เฮ้.. เฮ้ ! มันตลกดีใช่มั้ยล่ะ! ผมว่าลักษณะท่าทางของเธอในยามที่ดูเมาๆ ยังงี้แหละ มันช่างน่ารักเสียไม่มีจริงๆ และทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากเธอได้เลย ยิ่งเห็นร่างของเธอสั่นไหวน้อยๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำใจผมแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่เอาเลยเชียวแหละ แล้วในที่สุด..โอ๊ะ! เอิ๊ก! อ๊ากกก..! เฮ้อ..นั่นแหละใช่เลย! แป๊บเดียวเท่านั้นเอง ที่เธอใช้หัวเหม่งของนายคนที่อยู่ตรงหน้าเธอแทนกระโถน.. เธอทำจริงๆ นะครับ!! ในชั่วเสี้ยววินาทีที่รถไฟทั้งขบวน มันสั่นสะเทือนโคลงเคลงนั่นแหละ เห็นแล้วผมขำกลิ้งแทบตาย แล้วต่อจากนี้แหละ ที่เวรกรรมมันมาเกิดขึ้นกับผมบ้าง คือหลังจากที่แม่สาวคนนี้ เธออ้วกออกมาจนหมดไส้หมดพุงแล้ว จู่ๆ เธอก็หันมามองผม ด้วยแววตาที่ดูเหมือนเลอะๆ เลือนๆ ยังไงชอบกล จากนั้นก็พูดกับผมหน้าตาเฉยเลยว่า "ที่รัก! โอ..โอ้ว..ที่รักขา..เอิ๊ก!" ..แก๊ง! (ระฆังตีหมดยกพอดีครับ!)

ยกที่สอง - ความรู้สึกดีๆ มีให้เธอ

ท่าทางเธอก็ไม่ค่อยปลื้มกับมันเท่าไหร่นักหรอก แต่ความเจ็บปวดจากการโดนคนอื่นทิ้งมา ก็ดูจะเป็นเรื่องสาหัสเอาการสำหรับเธอเหมือนกัน ผมเองก็อดที่จะเสียใจไปกับเธอด้วยไม่ได้ พร้อมกันนั้น ผมก็รู้สึกเหมือนกับมีลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาในหัวใจ.. ใช่แล้ว! ลองหาวิธีช่วยรักษาความเจ็บปวดของเธอดีกว่า!!

ยกที่สาม

ถ้าเธอเกิดสงสัยขึ้นมาตะหงิดๆ ว่าแม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้น มันมีความลึกเท่าไหร่ ก็เชื่อได้เลยว่า เธอต้องผลักผมลงไป ก่อนที่จะหยุดคิดทบทวนว่า มันควรทำหรือเปล่า! แต่ผมก็เชื่ออีกเหมือนกันว่า เธอจะต้องกระโดดตามผมลงไป.. นี่หมายความว่าถ้าผมตกลงไปจริงๆ น่ะนะ.. พูดถึงเรื่องวันเกิดของเธอ หากคุณเผลอทำเสียงผิวปากให้เธอได้ยินเข้าล่ะก็ รับรองได้เลยว่าคุณถูกฆ่าแน่ๆ แม้ว่าเธอจะยอมเสี่ยงชีวิต เข้าไปช่วยผมไว้จากการถูกจับเป็นตัวประกัน ในสถานการณ์ที่เหมือนยืนอยู่บนปากเหวก็ตาม! ซึ่งเธอก็มักจะทำอย่างนั้นบ่อยๆ เสียด้วย! ผมว่าเธอเป็นผู้หญิงก๋ากั่น ที่ใครไปไหนมาไหนด้วย ก็จะได้รับอารมณ์ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงถึงสองแบบ คือทั้งสนุกสุขสันต์ และสั่นประสาทในคราวเดียวกัน

ครึ่งหลัง (Second Half)

ยกที่หนึ่ง - หากเราอยากรู้ว่าความรักคืออะไร? ก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้นานๆ !

ล่วงมาถึงตอนนี้ เธอหัวเราะเก่งขึ้นมาก การได้นั่งมองเธอยิ้มอย่างมีความสุข ก็ทำให้ผมมีความสุข จนพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำเดียว ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่ผ่านมานั้น ผมได้ช่วยอะไรเธอไปบ้าง ผมไม่คิดหรอกนะครับว่า ผมจะได้ทำหน้าที่เป็นคนปกป้องเธอ หรือแสดงความรู้สึกทุกอย่างให้เธอรับรู้ หรือเป็นคนช่วยรักษาแผลใจให้เธอ ผมเพียงแต่รู้สึกว่า วาระของการที่ผมจะไม่มีเธออยู่ข้างๆ มันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว..

ยกที่สอง

สำหรับในวันนี้ เราทั้งคู่ต่างก็นำเอาความรู้สึกที่มีให้แก่กันและกันนั้น ใส่ลงในยานแค็ปซูลแห่งกาลเวลา และตั้งเวลาให้มันเดินทางล่วงหน้าไปอีกสองปีนับจากนี้ จนถึงในวันที่เราทั้งคู่ไปเปิดยานแค็ปซูลนี้ด้วยกัน และเราก็จะได้มาร่วมกันสำรวจตรวจสอบ ถึงความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ว่ามันจะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า.. เท่านั้นแหละครับ เธอก็โพล่งออกมาทันทีทันควันเลยว่า "งั้นเรามาเลิกกันดีกว่า!"

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (Overtime)

ความรักของผมยังไม่จบลงง่ายๆ หรอกนะครับ เราสองคนก็แค่แยกจากกันในวันนี้ เพื่อจะได้พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ณ เวลานี้ที่เราจากกัน ทว่าวันหนึ่งนั้นเราจะต้องได้กลับมาพบกันอีกแน่นอน แม้มันจะไม่ใช่ในอนาคตอันใกล้อย่างวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ตาม แต่ผมก็เชื่อว่าเราทั้งคู่จะต้องได้พบกันอีก..

my_sassy_girl_01.jpg

จุดเริ่มเรื่องของ My Sassy Girl อาจกลายเป็นจุดจบไปในทันทีถ้า เคียนวู ตัวเอกของเรื่อง ไปบ้านป้าในคืนวันนั้น แต่คงเป็นฉากจบที่ไม่แฮปปี้เป็นแน่ คำถามต่อเรื่องของโชคชะตา ถูกแม่สาวห้าวโหดคนหนึ่งท้าทาย ครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดทั้งเรื่อง

2-my_sassy_girl_n10.jpgMy Sassy Girl.avi_000419961.jpgmy-sassy-girl-02.jpgyupgi_14.jpg

 
เคียนวู หนุ่มนักศึกษาที่ไม่ค่อยเอาถ่านซักเท่าไหร่ ในคืนวันหนึ่ง หลังจากได้รับคำขู่จากแม่ ให้ไปบ้านคุณป้า ระหว่างทาง เขาก็ได้พบกับสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ยืนเมาโอนเอนอยู่ที่สถานีรถไฟ และได้สัมผัสกับเธอแบบใกล้ชิดจริงๆ เมื่อเจ้าหล่อนอาเจียนออกมาบนรถไฟ และ เรียกเขาว่า “ที่รัก” ก่อนจะหมดสติไป นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความซวยในชีวิตเคียนวู เขาต้องออกไปพบกับเธออยู่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่เธอโทรมาตามจิก ถูกเธอทำทารุณต่างๆ นาๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เขาก็ยังคงมาเจอเธออยู่เสมอ อาจจะด้วยความรับผิดชอบส่วนตัว ความที่เขาเป็นพวกขี้แพ้ หรือ แค่ความที่เพียง อยากอยู่ใกล้สาวสวยก็ตามแต่ เมื่อเหตุผลแท้จริง ที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมสุดห่ามของเธอปรากฏออกมา เคียนวูกลับเป็นคนเดียว ที่ยืนหยัดเพื่อเธอเสมอ และ สุดท้ายเธอก็รับรู้ว่า ขณะนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ใจเธอมากที่สุด
 
ff_1_sbl.JPGmysassygirl2.jpgm4.jpg20037291645127432.jpg
 
My Sassy Girl อาจเป็นหนังตลกไร้สาระ สำหรับคนดูหนังทั่วๆ ไป ซึ่งตัวหนังก็ตอบสนองความเฮฮาได้อย่างดี แต่หากมองให้ลึกๆ แล้ว เหตุผลหลักที่ผลักดันให้สาวปริศนาคนนั้น ทำพฤติกรรมโหดๆ มันช่างน่าเศร้าและบาดลึกไม่ใช่น้อย อันที่จริงหนังเกือบทั้งเรื่อง เหมือนกับจะหลอกคนดูให้คิดว่า เป็นหนังตลกไร้สาระมาโดยตลอด จนกระทั่ง ถึงจุดหักเหเมื่อเฉลยถึงต้นตอ ของความไร้สาระเหล่านั้น ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมแม่สาวคนนี้ถึงได้ร้ายขนาดนี้ ทำไมถึงต้องบังคับให้เคียนวูทำอะไรที่ดูโง่ๆ เช่นให้ใส่รองเท้าส้นสูง หรือให้งัดเอาชุดนักเรียนมัธยมมาใส่ ทำไมเธอถึงได้โมโหจะเป็นจะตาย เพียงแค่เขาสั่งน้ำอัดลมแทนกาแฟ และทำไมถึงชอบตบ(หรือยันหน้าผาก?) เขาพร้อมคำพูดยอดฮิตว่า “นายอยากตายเหรอ?” ทุกครั้งที่เขาทำผิดเล็กๆ น้อยๆ เธอเพียงพยายามให้เคียนว ูเป็นตัวแทนของใครบางคนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ใจเธอรู้อยู่เสมอว่า มันเป็นไปไม่ได้ และ ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องเลย ในการที่จะรักใคร หรือ แม้แต่พยายามลืมใครสักคนบางทีคำตะคอกที่ว่า “นายอยากตายเหรอ?” อาจเป็นเพียงคำพูด ที่เธอใช้สำหรับปกป้องตนเองจากอดีต เป็นเหมือนการสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ต่ออดีตที่เจ็บช้ำ ด้วยที่เธอต้องการให้ เคียนวู เป็นตัวแทนของใครบางคน ให้เขาทำในสิ่งที่คนในอดีตอาจเคยทำ และเมื่อเคียนวูทำให้ไม่ได้ก็น่าจะไปตายซะ เหมือนกับคนบางคนในอดีต ที่ไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ ให้เธอได้อีกต่อไปแล้ว และความสูญเสียนี้ อาจเป็นจุดที่ทำให้เธอ เฝ้าตอกย้ำ เคียนวู ว่า เรื่องของโชคชะตา หรือ พรหมลิขิตเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ไม่มีวันที่ทั้งคู่จะมารักกันได้ 
 
1162323240myssasy01.jpgmysassygirlmq4.jpgSetup Korea.jpg2002-mysassygirl.jpg
 
ในฉากหนึ่ง เธอใส่ชุดสีชมพูสวย ไปรับเขาหน้าโรงเรียน ด้วยที่เธอเริ่มยอมรับในความสัมพันธ์ฉันท์แฟน กับพ่อหนุ่มขี้แพ้ และหลังจากที่ได้บังคับกึ่งงอนๆ ให้เขาใส่รองเท้าส้นสูงของเธอแทนมาทั้งวัน คืนนั้นเมื่อทั้งคู่วิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้ เธอหันมามองหน้าเคียนวูชั่วครู่หนึ่ง แววตาที่มองนั้น เป็นแววตาของหญิงสาวที่มองคนอันเป็นที่รักอย่างชื่นชม และ ด้วยความรักที่มีเปี่ยมใจ หรือว่าในที่สุดแล้วเธอเริ่มเห็นอะไรในตัวเคียนวูเข้าแล้ว? แต่สุดท้าย เธอต้องยอมรับความจริงว่า ควรจะรักเค้าที่เป็นตัวเค้า ไม่ใช่ให้เค้ามาแทนที่ใคร เพียงแต่ในเวลานั้น การที่จะลืมอดีตและหันมารัก เคียนวู ด้วยความเป็นตัวของเขาเองนั้น เป็นเรื่องที่เธอยังทำไม่ได้ เนื่องจาก ปัญหาทั้งภายในจิตใจเธอเอง และ พ่อแม่ของเธอที่ไม่ยอมรับหนุ่มขี้แพ้คนนี้
 
my_sassy_girl4.jpgsassy_hk_2.jpg2001mysassygirl01.gif

mysassygirl_16.jpg1115105139.jpg

 
แต่ท้ายสุดแล้ว ในฉากหนึ่งเมื่อเธอได้กลับมาที่ต้นไม้แห่งสัญญาที่ทั้งคู่ได้ตกลงกันไว้อีกครั้ง คำพูดของชายแก่เกี่ยวกับต้นไม้ต้นนั้นสอนให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น ต้นไม้ที่เห็นเมื่อ 3 ปีก่อนก็ไม่ใช่ต้นเดิม แต่เป็นต้นใหม่ที่คนที่รักเธอมากอีกคนหนึ่งปลูกขึ้นมาแทนความรักที่เขามีให้ เป็นสัญลักษณ์ที่บอกให้เธอรู้ว่าแม้เวลาผ่านไป แม้เธอจะผิดสัญญา แต่เขายังคงรอให้เธอกลับมาที่ต้นไม้ต้นนี้เสมอ ขณะเดียวกับที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ค่อยๆ เข้ามาปลูกต้นไม้แห่งความรัก และ ความหวังในใจของเธอให้งอกเงย เพื่อให้เธอใช้มันป่ายปีนขึ้นมาให้พ้นจากความทุกข์ในอดีตที่ครอบงำใจเธออยู่ และเมื่อเธอระลึกได้เช่นนี้ เธอจึงยอมรับในความรักของเคียนวูอย่างไม่มีข้อกังขา ถึงมันดูจะสายเกินไปแล้ว และแม้ว่ามันจะไม่เป็นไปตามปาฏิหาริย์แห่งพรหมลิขิตที่เธอต้องการให้เกิดขึ้นนักหนา 
 
photo881.jpgsassygirl1.jpg
 
มีฉากหลายๆ ฉากที่เมื่อดูครั้งแรกจะอยู่ในระดับไร้สาระมาก เช่นฉากเล่าเรื่องละครทั้ง 3 เรื่อง ตามงานเขียนบทของแม่สาวโหดที่มีเนื้อหาและตอนจบที่ ถ้าไม่มีคนตายก็ต้องไม่สมหวังในรัก ถึงแม้เนื้อหาของทั้ง 3 ฉากนี้ จะออกมาในเชิงตลกเลอะเทอะ และ ไม่เข้ากับตัวเรื่องเลยแม้แต่น้อย แต่หากได้รับรู้ความจริงในตอนท้ายเรื่องแล้ว เรื่องเล่าทั้ง 3 กลับสะท้อนความเศร้า ความโหยหา และ ความพลาดหวังในรักของเธอออกมาได้อย่างเจ็บปวดทีเดียว
 
  
 
อย่างไรก็ตาม มีบางฉากในช่วงกลางเรื่องที่ผมเห็นว่า “โดด” และไม่จำเป็นต่อเนื้อหาโดยรวม (ถึงแม้ในฉากนั้นจะนำเสนอและบอกให้ผู้ชมรู้ถึงแง่มุมและข้อคิดเห็นที่ยึดมั่นต่อความรักของเจ้าหล่อนด้วยการแสดงของ เจียน จีฮุน ที่อยู่ในระดับ “ดีมากอย่างเหลือเชื่อ” ก็ตามที) คือฉากทหารพ่ายรักที่สวนสนุก ความผิดพลาดเกิดขึ้นที่ความยาวของฉากนี้ที่มันยาวเกินไป กินเวลาเกินกว่าที่จะนำเสนอข้อความเพียงสั้นๆ แค่นั้น ผมคิดว่าฉากที่ใหญ่และยาวระดับนี้ควรเป็นฉากที่นำเสนอเรื่องราวที่น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของเรื่องมากกว่า และที่สำคัญ ดีกรีความตลกของฉากนี้ไม่ได้มากอย่างที่มันพึงจะเป็น และอีกหนึ่งฉากที่มีระดับของความ “จงใจจัดฉาก” ค่อนข้างมากคือฉากที่ เคียนวู เดินถือกุหลาบขึ้นไปให้สาวเจ้าบนเวที มันดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะทำกัน ใครจะเดินเอาดอกไม้ขึ้นไปให้คนรักได้ในขณะที่เธอกำลังเล่นเปียโนอยู่กลางห้องประชุมที่มีคนนั่งอยู่แน่นเอี๊ยด ถึงจะรักแค่ไหนก็เถอะนะ อีกหนึ่งจุดที่อาจจะไม่ถือว่าเป็นจุดอ่อนของบทแต่ก็ยังดูขัดๆ อยู่ดี คือช่วงท้ายที่พระเอกฮึดทำงานเขียนบทเพื่อสานต่อความฝันของนางเอกอย่างจริงจัง ความสำเร็จที่ได้มาดูจะง่ายไปสักนิด แต่เนื่องจากมิได้ไปกระทบกระเทือนเนื้อหาโดยรวมสักเท่าไหร่จึงขอถือเป็นการทำผิดโดยสุจริตไปก็แล้วกัน
 
my-sassy-girl-0004965-large.jpgsg05.jpg2.jpg
 
ในทางกลับกันฉากที่จัดว่า “จิ๊ด” มากถึงมากที่สุดมีอยู่แพรวพราวไปเกือบจะทั้งเรื่อง เช่นฉากที่หลังจากแม่สาวโหดได้รู้ว่าเคียนวูรัก และเข้าใจเธอมากแค่ไหนจากกฏเหล็ก 10 ข้อที่เค้าพูดออกมา ยอมทิ้งคู่เดทของเธอวิ่งตามเขาไปที่สถานีรถไฟ เธอวิ่งไปพร้อมสอดส่ายสายตามองหาเคียนวูอย่างร้อนรน เพราะเธอได้รู้แล้วว่าเธอไม่สามารถทนยอมรับการสูญเสียครั้งนี้ได้อีก เจียน จีฮุน เข้าถึงตัวละครได้ดีจนใจคนดูแทบจะสลายไปพร้อมกับเธอ เมื่อไม่เห็นวี่แววของเคียนวูที่สถานี หรือแม้แต่ฉากโชคชะตาเล่นตลก ที่สถานีรถไฟชนบทหลังจากที่ทั้งคู่ตกลงแยกทางกัน เมื่อทั้งคู่ต่างค้นพบความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ยอมผิดข้อตกลงเปลี่ยนใจกลับไปหาอีกฝ่าย หากแต่เทพแห่งพรหมลิขิตคงยังมองไม่เห็น จึงให้ทั้งคู่สวนทางกัน และจากไปพร้อมน้ำตาคนดูที่ไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ 
 
ถ้าใครได้ดูตอนที่พระเอกบอกกฏเหล็ก 10 ข้อ ในร้านอาหาร จะรู้ว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีแต่โจ๊กในช่วงครึ่งเรื่องแรกเพียงอย่างเดียว แต่มันซึ้งมากๆ ในตอนใกล้จะจบ

 
''ลูกบอลเวลา กุหลาบในกล่องส่งบะหมี่ กฎเหล็ก10 ข้อ ไดอารี่ของหนุ่มขี้แพ้กับบาดแผลในใจเธอ''
 
กฎเหล็กสิบข้อ (My Sassy Girl )
1. อย่าให้เธอทำหน่อมแน้มเป็นสาวหวาน
2. อย่าให้เธอดื่มเหล้าเกินแก้วที่สาม เธอต้องอัดใครเข้าซักคนแน่ๆ
3. ถ้าไปนั่งร้านอาหารต้องสั่งแต่กาแฟเท่านั้นห้ามสั่งโค้กหรือน้ำผลไม้
4. ถ้าคุณโดนเธออัดก้อทำเหมือนคุณเจ็บจัง แต่ถ้าคุณเจ็บจิงก้อทำเหมือนว่าคุณไม่เจ็บ
5. ถ้าคบกันจนครบร้อยวัน ก้อให้คุณเอาดอกกุหลาบไปให้เธอตอนเธอกำลังเรียนอยู่ เธอจะเป็นปลื้มมาก
6. ต้องรู้จักศิลปะ ป้องกันตัว และตี สควอท์ซให้เป็น
7. และอย่าลืมเตรียมตัวไปนอนในคุกบ้างเป็นบางเวลา
8. ถ้าเธอขู่ว่าเธอจะฆ่าคุณ ให้คิดซะว่า "ฝันเป็นจริง" มันจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
9. ถ้ารองเท้าเธอกัดต้องเปลี่ยนรองเท้ากับเธอ
10. และสุดท้าย เธอชอบขีดๆ เขียนๆ อย่าลืมให้กำลังใจเธอด้วย
 
เอาล่ะฟังคำวิจารณ์แล้วทีนี้ก็มาดู clip กัน clip นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของหนังเกาหลีเรื่อง My Sassy Girl ที่เอามาให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน เป็นตอนที่เรียกเสียงฮาได้เลยตอนหนึ่ง แต่ถ้าใครอยากดูเต็มๆ ก็ต้องไปหาดูกันเอาเองละกันนะ มีอยู่เท่านี้แหละ
 
  
                                                                                                                                   
                                                                                                                                   
By KaPoLo

March 05

จาจบแล้ว

 

ย้ๆๆๆๆๆ สอบเสดซะที  กว่าจะผ่านมาได้ น้ำตาแทบกระเด็น ตาก็เหมือนหมีแพนด้าเข้าไปทุกที

รายงงรายงานก็เคลียร์หมดละ ก็ยังเหลือโปรเจคเนี่ยอ่ะ ตัวสำคัญเลย

จาจบช้าเร็วมานก็ขึ้นอยู่กับตัวนี้นี่แหละ นี่ก็รอคู่โปรเจคสอบให้เสดซะก่อน 25 กุมภา นี่ละ เจอกันนะแนน ฉันรอแกอยู่ 

ตอนนี้ขอทามไรให้มานบายใจไปก่อน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเนต หาแฟน..เย๋ย!! อย่างหลังน่ะ พูดเล่นนะ แฟนนี่ หาง่ายซะที่ไหนกัน 

 เด๋วก็ต้องมานั่งเครียดกะโปรเจคอีก

 

 Image hosting by Photobucket

 

ลืมไปเลยว่า up ไว้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภา นี่ก็ปาเข้าไปวันที่ 5 มีนา ละ 

วันนี้ อามะ ของเราขึ้นมาแหละ เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   ดีใจ คิดถึงมะ อย่างแรง ต่อเช้าจะได้เจอมะแล้วว๊อย 

 555+ ง่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  

จะว่าไปก็หัวเราะไม่เต็มเสียงเท่าไร ทำไมน่ะเหรอ  ก็เนี่ย นั่งทำโปรเจค อยู่เนี่ย ง่วงนอนอิตายแล้ว 

นึกถึงวันที่กำลังจะมาถึง นี่เราต้องอยุ่คนเดียวจิงๆ แล้วเหรอเนี่ย  วันที่ นี้ เมทก็กลับแล้วอ่ะ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 

อยากกี่ร้องไห้ ห้องคงเงียบหน้าดูเลย  มือถือก็ไม่มีใช้ รถก็ไม่มีใช้  นี่ต้องอยู่หอถาวรเลยเหรอเนี่ย รอไปคณะวันสอบโปรเจคทีเดียว 

เซงเลยตู ใกล้แล้วๆ ท่องไว้ๆ จะจบแล้วๆ อีกนิดเดียว  นิดเดียวจิงๆ เรียนจบขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน 

เอางัยเด๋วค่อยว่ากันมะบอกอย่างงั้น นี่ก็ว่าจะหางานอย่างเอาจิงเอาจังซักที ให้ส่งรายงานโปรเจคก่อนเถอะ

ตอนนี้ยังไม่มีกะจิตกะใจมานั่งหางานกะเค้าเลย  จะว่าไปก็เครียดนะเนี่ย

เด๋วค่อยมา up ต่อ พอดีว่าชักง่วงแล้วอ่ะ มีระบายต่อแน่ 

 

 

 

วันๆ ทำแต่โปรเจค เครียดว๊อย  

หาไรอย่างอื่นทำดีก่า จะทำไรดีวะ  ชักจะเบื่อ เซงโคตรๆ รู้สึกขี้เกียจแล้วอ่ะ 

  ไม่อยากระบายละ ระบายไว้แค่นี้ละกันนะ 

เซงจิต...

 

 

                                                                                                                                                                   By KaPoLo   

February 11

ทำไมมันเศร้าจัง

 
 
อีกไม่กี่วันแล้วซินะ
 
ใกล้จะถึงวันสำคัญของเดือนนี้อีกแล้ว
 
14 กุมภาพันธ์
 
วันแห่งความรักของใครต่อใคร
 
ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา
 
ก็ยังดีนะ
 
อย่างน้อยก็เคยมีปีนึงที่ได้มีคู่เหมือนกะใครเค้า
 
แม้จะเป็นแค่ปีเดียวก็ตามเถอะ
 
อันที่จริงมันก็ผ่านมาเกือบจา 3 ปีเข้าไปละ
 
ใครๆ ต่างก็คิดว่าฉันลืมมันได้แล้ว
 
แต่เปล่าเลย
 
มันยังคงติดอยู่ในความทรงจำของฉันอยู่เสมอ
 
เฮ้อ...
 
ปีนี้จะมีปาฏิหารย์มั้ยน้อ
 
ขอฟ้าช่วยส่งคู่แท้มาให้ฉันทีเถอะ
 
ไม่รู้จะต้องเหงาอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน
 
3 ปีที่ผ่านมา
 
ฉัน..ยังมีจุดยืนอยู่
 
แม้ 2 ปีให้หลังอาจจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม
 
แต่มาปีนี้จุดยืนของฉันกลายเป็นจุดยืนของใครไปแล้วซินะ
 
มาถึงตอนนี้แล้ว
 
คงทำอะไรไม่ได้
 
นอกเสียจาก..ทำใจ..เท่านั้น
 
มันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดของฉันซินะ
 
2-3 วันนี้ก็ไม่รู้ทำไม
 
ความเหงามันกลับมาอีกแล้ว
 
เหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นมาในใจ
 
เป็นไรฟะฉัน
 
สงสัยคงจะเปลี่ยว
 
เหอๆ
 
งานก็พอกเอาไว้ตรึมเลย
 
การสอบก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
 
ก็ยังทำตัวเหมือนเคย
 
ทั้งๆ ที่เรียนน้อยกว่าใครเค้า
 
ขี้เกียจตัวเป็นขนจิงๆ เลยนะเรา
 
 
  
MV จากซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง The Classic เพิ่งเอามาวางใน blog น่ะ เด๋วพื่อนๆ จะงง ว่าพูดถึงเพลงอารัย เมื่อก่อนเคยใส่เพลงนี้ไว้ใน
Windows Media Player แต่ตอนนี้ไม่ใช่ละ ฟังดูนะ
 
 
ฟังเพลงนี้แล้วเศร้าดีเนอะ
 
ใครบางคนอาจฟังแล้วคุ้นหูนะ
 
ก็ไม่แปลกหรอก
 
เพลงเดียวกันนะแหละ
 
แต่เนี่ยมีเนื้อร้องด้วยนะ
 
แฮๆ
 
ไม่ว่ากันนะ
 
เราชอบฟังเพลงนี้จัง
 
ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นนี้หรือเวอร์ชั่นไหน
 
ยังมีอีก 3 เวอร์ชั่นอ่ะ
 
เบื่อๆ ก็เข้ามาฟังได้นะ
 
เอ้!!!
 
แต่ถามไรหน่อยดิ
 
เพลงนี้มันมีความหมายว่างัยอ่ะ
 
ใครรู้ช่วยบอกหน่อยได้ป่ะ
 
.
.
.
 
อ๊ะ อ๊ะ
 
ใครที่เข้ามาอ่านอ่ะ
 
ช่วย comment กันด้วยนะ
 
คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนเลย
 
ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 By KaPoLo
 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
นฤภรwrote:
Congratulation na graaaaa!!!!
Lucky in everything na.
MiZ Voey!!!
Sept. 27